การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเม็กซิโก
รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเม็กซิโก นาย Bruno Ferrari ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2011 แจ้งว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเม็กซิโกสำหรับปี 2011 จะมีมูลค่าประมาณ 20 พันล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ถึงร้อยละ 11 หรือเพิ่มขึ้นอีก 2 พันล้านเหรียญ โดยมีปัจจัยชักจูงการลงทุนจากต่างชาติ คือ ค่าแรงงานที่แข่งขันเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศละตินอเมริกาด้วยกัน รวมทั้งทำเลที่ตั้งที่ใกล้ชิดกับตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้ ต้นทุนการผลิตโดยรวมในเม็กซิโกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 25 นอกจากนี้แล้ว เม็กซิโกยังมีความสามารถในการผลิตวิศวกรได้มากกว่าประเทศละตินอเมริกาอื่น ๆ อีกทั้งยังขยายเครือข่ายการค้าเสรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีทวิภาคีกับหลาย ๆ ประเทศ
ในปีที่ผ่านมา การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเม็กซิโกมีเป้าหมายการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นสำคัญ โดยมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติที่ได้ขยายลงทุนในเม็กซิโกในปีที่ผ่านมา ได้แก่ บริษัท
Volkswagen AG (VOW), Nissan Motor, Mazda Motor และบริษัท
General Motors โดยแต่ละบริษัทดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนเฉลี่ยสำหรับปี 2010 ประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ
นาย Bruno Ferrari ได้กล่าวว่า มีแนวโน้มที่จะมีโครงการลงทุนอื่นๆ ในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงปลายปี 2011 ทั้งนี้ บริษัทฮอนดาได้ประกาศเมื่อต้นปี 2011 ว่า จะเริ่มต้นการลงทุนเพื่อสร้างโรงงานใหม่ มูลค่า 800 ล้านเหรียญฯ ในเมือง Celaya รัฐ Guanajuato ภายในปี 2014
ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ของเม็กซิโกได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ปี 2008-2009 เนื่องจากได้รับผลประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตมาหาต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ในปี 2010 จึงมีมูลค่าการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 64.9 พันล้านเหรียญฯ เป็นครั้งแรกที่การส่งออกรถยนต์เป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศที่มูลค่าเกินกว่ารายได้จากการส่งออกน้ำมัน การส่งเงินกลับจากต่างประเทศ และรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งมีมูลค่า 41.7, 21.3 และ 11.9 พันล้านเหรียญฯ ตามลำดับ
การโอนเงินส่งกลับจากต่างประเทศไปยังเม็กซิโกได้ขยายตัวในอัตราร้อยละ 4-5 ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2011 และคาดว่ามูลค่ารวมเงินทุนส่งกลับจากต่างประเทศในปี 2011 จะมีมูลค่ารวมใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา นั่นคือ ประมาณ 21.2-22 พันล้านเหรียญ
เศรษฐกิจของเม็กซิโกได้ขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.3 ในครึ่งปีแรกของปี 2011 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ได้ลดลงได้แก่ ภาคเกษตร และภาคเหมืองแร่ และคาดว่าอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยตลอดปี 2011 จะอยู่ระหว่างร้อยละ 4-5 และคาดว่าการขยายตัวในปี 2012 จะมีแนวโน้มชละตัวลงมากกว่าอัตราดังกล่าวเล็กน้อย ประมาณร้อยละ 3-4.5
นอกจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศแล้ว เม็กซิโกยังจะได้รับเงินลงทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นอีกประมาณ 20 พันล้าน จากต้นปี 2011 เป็นต้นมา พันธบัตรเงินเปโซกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากการคาดการณ์ว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาโดยทั่วไปจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อในเม็กซิโก และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะลดลงอีกด้วย ซึ่งย่อมทำให้พันธบัตรมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
แนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเม็กซิโก
World Investment Report 2011 ของ UNCTAD ได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสำหรับภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริเบียนว่า ในปี 2010 ภูมิภาคดังกล่าวได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยรวม 159 พันล้านเหรียญฯ รองจากการลงทุนโดยตรงในภูมิภาคเอเชียใต้-ตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ที่ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่า 300 พันล้านเหรียญฯ และยังเป็นภูมิภาคที่เป็นต้นกำเนิดของเงินลงทุนโดยตรงไหลออกไปยังประเทศอื่นเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ
ประเทศบราซิลเป็นประเทศที่ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากที่สุดในภูมิภาคละตินอเมริกา โดยได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่าประมาณ 43 พันล้านเหรียญฯ ตามด้วยกลุ่มประเทศอเมริกากลางที่ได้รับการลงทุนโดยตรงรวมมูลค่า 25 พันล้านเหรียญฯ และเม็กซิโกซึ่งได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่า 19 พันล้านเหรียญในปี 2010 ในขณะที่กลุ่มประเทศแคริเบียนได้รับเงินลงทุนฯ ลดลงเป็นมูลค่า 48 พันล้านเหรียญฯ การลงทุนโดยตรงในภูมิภาคละตินอเมริกาโดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในลักษณะ mergers & acquisitions และเป็นการลงทุนโดยตรงที่มีแหล่งทุนมาจากประเทศจีนและอินเดียเป็นสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศในเม็กซิโก ได้แก่ ตลาดนาฟต้า ความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ค่อนข้างมั่นคง การปรับโครงสร้างด้านภาษี พลังงาน และโครงสร้างบำนาญ และการปรับปรุงด้านแรงงานและการศึกษา
ในปี 2008 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าในเม็กซิโกมีมูลค่า 18.6 พันล้านเหรียญ โดยร้อยละ 41 ของยอดดังกล่าว เป็นการลงทุนโดยตรงจากสหรัฐฯ มูลค่า 8.9 พันล้านเหรียญ ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในลักษณะมาคิลาดอราด้านการผลิตและการประกอบชิ้นส่วน และมักกระจุกตัวในภาคเหนือของเม็กซิโก และรองลงมาได้แก่การลงทุนในด้านบริการการเงินและธนาคาร โดยมีเป้าหมายการลงทุนที่ให้ประโยชน์กับบริษัทในเม็กซิโกประมาณ 21,139 แห่ง การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเม็กซิโกมักจะเป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศอันดับสามของประเทศ และมีมูลค่าประมาณ 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เม็กซิโกมีความตกลงเพื่อส่งเสริมและปกป้องการลงทุนร่วม (APPRIs) กับ 27 ประเทศ และมีความตกลงการยกเว้นภาษีซ้อนกับ 34 ประเทศ