Google Website Translator

Thursday, December 29, 2011

Mexican beans import quota extended to 2012

เม็กซิโกขยายระยะเวลาโควต้าการนำเข้าถั่วแห้งแสนตันถึงปี 2012

ถั่วแห้ง (dry beans) เป็นอาหารหลักสำคัญของชาวเม็กซิกัน และเม็กซิโกเป็นผู้ผลิตถั่วแห้งที่สำคัญของโลก ประมาณ 1.39 ล้านตันในปี 2008 ซึ่งเป็นผลผลิตที่ใกล้เคียงกับการผลิตถั่วแห้งของสหรัฐฯ เม็กซิโกเป็นผู้ผลิตถั่วแห้งอันดับ 5 รองจากบราซิล อินเดีย จีน และพม่า ถั่วที่เม็กซิโกผลิตมีชื่อทางวิทยาศาสาตร์คือ Phaseolus vulgaris หรือชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า pinto beans หรือ frijol เป็นถั่วสีน้ำตาลอ่อนมีจุด เนื้อแข็ง ต้องแช่น้ำค้างคืนก่อนนำไปต้มในหม้อความดัน ถึงแม้ว่าการผลิตถั่วพินโต ของเม็กซิโกจะมีความสำคัญในระดับโลก แต่เมื่อเทียบกับการผลิตพืชเกษตรโดยรวมของเม็กซิโกแล้ว มีผลผลิตเทียบได้เพียงร้อยละ 3 ของผลผลิตพืชเศรษฐกิจของเม็กซิโก

การผลิตถั่วแห้งในเม็กซิโกจะอยู่นิยมปลูกในเขตพื้นที่ 3 แห่ง ได้แก่ ภาคกลาง-เหนือ ซึ่งมีผลผลิตประมาณร้อยละ 52 ของผลผลิตรวม บริเวณรัฐ Zacatecas, Durango, Chihuahua, San Luis Potosi และ Guanajuato ภาคเหนือ-แปซิฟิก เช่น บริเวณรัฐ Sinaloa และ Nayarit และภาคใต้ที่รัฐChiapas

ผลผลิตพืชเศรษฐกิจของเม็กซิโกมักจะมีปัญหาอุปสรรคผลกระทบจากสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการขาดน้ำ รัฐบาลของเม็กซิโกจึงอนุมัติโควต้าการนำเข้าถั่วแห้งเป็นการชั่วคราว ประมาณปีละหนึ่งแสนตัน เพื่อป้องกันการขาดแคลนถั่วในตลาดอาหารและการรักษาระดับราคาถั่วภายในประเทศ โดยกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโกได้ประกาศเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2011 ให้ยืดระยะเวลาการอนุมัติโควต้าการนำเข้าถั่วหนึ่งแสนตันไปถึงปี 2012 ทั้งนี้ การนำเข้าถั่วจากต่างประเทศต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานอาหารของกระทรวงเกษตรเม็กซิโก (SAGARPA) และร้อยละ 90 ของปริมาณโควต้าการนำเข้าถั่วต้องทำผ่านผู้นำเข้าที่ประวัติการนำเข้าถั่วผ่านโควต้ามาแต่ก่อน ส่วนผู้นำเข้ารายใหม่สามารถขอนำเข้าในสัดส่วนร้อยละ 10 ของโควต้า


ราคาของถั่วพินโตนำเข้าในตลาดกลางที่โตลูก้า มีราคา 22 เปโซต่อกิโล ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2011

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Wednesday, December 28, 2011

Mexican minimum wage adjusted

เม็กซิโกปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ

กระทรวงแรงงงานเม็กซิโกได้ประกาศการปรับแรงงานขั้นต่ำของเม็กซิโกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2011 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เป็น 62.33 เปโซ หรือประมาณ 4.60 เหรียญสหรัฐต่อวัน สำหรับพื้นที่ในโซนเอซึ่งเป็นพื้นที่รอบกรุงเม็กซิโกซิตี้ และ 60.57 เปโซ หรือประมาณ 4.45 เหรียญฯ ต่อวัน สำหรับโซนบี ซึ่งเป็นพื้นที่รอบเมืองสำคัญรองลงมา เช่น กัวดาลาฮารา และมอนเตอเรย์เป็นต้น และ 59.08 เปโซ หรือ ประมาณ 4.34 เหรียญฯ ต่อวันสำหรับโซนซี ซึ่งเป็นพื้นที่ในรัฐที่มีรายได้ต่ำ เช่น อากวัสคาลิเอ็นเตย์ เชียปัส และฮัวนาวัตโตเป็นต้น ค่าแรงงานขั้นต่ำใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2012 คณะกรรมาธิการค่าแรงงานฯ ได้กล่าวว่า ค่าแรงใหม่ดังกล่าวได้ถูกปรับให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าการเพิ่มของอัตราเงินเฟ้อที่คาดไว้จะอยู่ในระดับร้อยละ 3-4 สำหรับปี 2012


ค่าแรงงานขั้นต่ำพื้นฐานของเม็กซิโกได้ถูกพิจารณากำหนดทุกๆ ปี ตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา โดยคณะกรรมาธิการค่าแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนสามฝ่ายคือ ภาคเอกชน รัฐบาล และแรงงาน โดยส่วนใหญ่แล้วค่าแรงงานขั้นต่ำของเม็กซิโกได้ถูกวิจารณ์ว่า ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญเม็กซิกันบ่งบอกเอาไว้ ทั้งนี้เพราะอำนาจซื้อของค่าแรงงานขึ้นต่ำได้สูญเสียมูลค่าไปถึงร้อยละ 80 ตั้งแต่การปรับค่าเงินเปโซช่วงปี 1980 ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบค่าแรงงานขั้นต่ำกับราคาของตอร์ติย่า ซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวเม็กซิกัน ที่มีราคา 13 เปโซต่อกิโล จะเห็นได้ว่าค่าแรงดังกล่าวเป็นค่าแรงที่ต่ำสำหรับการดำรงชีพพื้นฐาน

ค่าแรงงานขั้นต่ำในเม็กซิโก เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้สำหรับการเจรจาอัตราค่าจ้างโดยทั่วไป ตัวอย่างของค่าแรงงานตามอาชีพต่างๆ ได้แก่ ค่าจ้างของแรงงานในโรงงานระบบมาคิลาดอรา ซึ่งได้รับค่าจ้างประมาณ 5-7 เหรียญฯ ต่อวัน ช่างตัดผมจะได้รับประมาณ 5.64 เหรียญฯ ต่อวัน ช่างประปา 5.80 เหรียญฯ ต่อวัน แม่บ้านโรงแรม 5.25 เหรียญฯ ต่อวัน ยาม 5.36 เหรียญฯ ต่อวัน ช่างไฟฟ้า 5.91 เหรียญฯ ต่อวัน และบาร์เทนเดอร์ 5.49 เหรียญฯ ต่อวัน เป็นต้น

ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญของเม็กซิโกได้แก่ ความยากจนและการว่างงาน ในเดือนตุลาคม 2011 อัตราการว่างงานของเม็กซิโก มีอัตราส่วนโดยรวม ร้อยละ 6 ส่วนระดับความยากจนในเม็กซิโกนั้น มีผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 2,100 เปโซ หรือ 120 เหรียญฯ ต่อเดือนประมาณ 58 ล้านคน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง