Google Website Translator

Wednesday, September 21, 2011

PAACE Automechanika 2011

งานแสดงรถยนต์ PAACE Automechanika 2011

ตัวแทนำจำหน่ายและผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ในประเทศเม็กซิโกได้ร่วมกับบริษัทจัดงานแสดงสินค้า Messe Frankfurt จัดงานแสดงสินค้า PAACE Automechanika 2011 ที่ศูนย์แสดงสินค้า Centro Banamex กรุงเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18 -20 กรกฎาคม 2011 ได้มีบริษัทที่ผู้เข้าร่วมงานแสดงฯ 800 กว่าบริษัทจากในและต่างประเทศ และมีผู้เข้าชมงานแสดงฯ ประมาณ 21,000 คน

ผู้อำนวยการงานแสดงฯ นาย Eugene Carrillo ได้รายงานข่าวว่า งานในปีนี้ประสบความสำเร็จในเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน และจำนวนผู้เข้าชมงาน ทั้งนี้ ได้มีการแสดงสินค้าและเสนอเทคโนโนโลยี่เกี่ยวกับรถยนต์ใหม่ ๆ หลายอย่าง เช่น การแสดงตัวอย่างรถ Beetle รุ่นใหม่ของบริษัท Volkswagen และการแสดงสินค้าใหม่ ๆ ของบริษัท Brembo, Bujías NGK, Denso, DAI, Gonher และ Robert Bosch เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว งานแสดง PAACE Automechanika ปีนี้ ได้มีการจัดอบรมประเภทต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เข้าร่วมงานที่ส่วนใหญ่จะเป็นช่าง วิศวกร หรือคนงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสหากรรมรถยนต์ในเม็กซิโก อีกทั้ง  ยังได้สร้างโอกาศให้แก่นักธุรกิจในภาคดังกล่าว ได้พบปะ เจรจา และหาโอกาสการค้ามากมาย 

Auto Market in Costa Rica

ตลาดรถยนต์ในคอสตาริกา และข้อมูลบริษัท Purdy Motors

ตลาดจำหน่ายรถยนต์ในคอสตาริกา

ในปี 2010 คอสตาริกาได้นำเข้ารถยนต์จำนวน 23,468 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.68 จากปี 2009 ที่มีการนำเข้ารถยนต์รวม 16,801 คัน ซึ่งเป็นปริมาณการนำเข้ารถยนต์ที่ลดลง เนื่องจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ร้อยละ -50.02 จากปี 2008 ที่ได้มีการนำเข้ารวม 33,394 คัน

รถยนต์ที่เป็นที่นิยมในประเทศคอสตาริกาได้แก่ ยี่ห้อ Toyata, Nissan, Hyundai, Mitsubishi, Kia, Honda, Daihatsu, Isuzu, Mazda, Hino และอื่น ๆ จากข้อมูลการจำหน่ายรถยนต์ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเมษายน ปี 2010 สามารถแยกส่วนแบ่งตามประเภทของรถยนต์ที่ขายได้ในตลาดคอสตาริกาเป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 39 รถยนต์ประเภท SUV ร้อยละ 37 รถกระบะ ร้อยละ 12 รถบรรทุก ร้อยละ 5 และรถเมล์เล็ก ร้อยละ 3


ข้อมูลบริษัท Purdy Motors

บริษัท Purdy Motors ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1957 โดยเป็นตัวแทนการขายรถยนต์ให้กับบริษัทโตโยต้า ในปัจจุบันยี่ห้อที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายได้แก่ ยี่ห้อโตโยต้า ไดฮัตสุ ฮีโน่ และเล็กซัส เครือข่ายของร้านให้บริการรักษาและซ่อมแซมรถยนต์ที่มีอยู่ประมาณ 700 แห่ง เป็นธุรกิจที่สำคัญของบริษัทฯ นอกจากการขายและบริการรถยนต์ในคอสตาริกาแล้ว บริษัท Purdy Motors ยังบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ด้านการบริการถยนต์ที่มีชื่อว่า MIDAS ทั่วภูมิภาคอเมริกากลางอีกด้วย

ในปี 2009 บริษัท Purdy Motors ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่ม Codaca ซึ่งเป็นผู้ประกอบรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ในประเทศกัวเตมาลา มูลค่าการลงทุนประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเปิดตัวแทนการจำหน่ายรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ในรัฐ Chihuahua ประเทศเม็กซิโก

ในปี 2010 บริษัท Purdy Motors มียอดขายรถยนต์ (ทั้งรถเก่าและใหม่) รวม 6,309 คัน หรือประมาณร้อยละ 27 ของยอดขายรถยนต์รวมในคอสตาริกา และสำหรับช่วงเดือน มค.-เม.ย. ปี 2011 ได้มียอดจำหน่ายรถยนต์รวม 2,136 คัน

ในปี 2011 บริษัท Purdy Motors ได้ขยายการลงทุน มูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายเครือข่ายการจำหน่ายรถยนต์ที่เมือง Pérez Zeledón ในภาคเหนือของประเทศคอสตาริกา

บริษัท Purdy Motors ได้ประเมินมูลค่าของตลาดสำหรับการจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ในคอสตาริกา ว่ามีมูลค่าประมาณ 60 ล้านเหรียญต่อปี


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.toyotacr.com/main.html
http://www.centralamericadata.com/es/article/home/Purdy_Codaca_Motor_vendera_camiones_Hino_en_Mexico


Wednesday, September 7, 2011

Eco-Labelling in Mexico

ตรารับรองมาตรฐานสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม ในเม็กซิโก

การออกตรารับรองมาตรฐานสินค้าและบริกการด้านสิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า ‘eco-labelling’ เป็นมาตรการด้านการตลาดที่สำคัญที่ผู้ผลิตสินค้าสามารถใช้ในการสร้างความเชื่อมมั่นให้แก่ผู้ซื้อหรือบริโภคในคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ในประเทศเม็กซิโก การออกตรารับรองประเภท eco-labelling มีชื่อเรียกที่แตกต่างจากสหรัฐฯ และแคนาดา เช่น Eco Certificación Ambiental, Etiqueta Ecologico หรือ Sello Verde เป็นต้น การออกตรารับรองมาตรฐานสินค้าหรือบริการด้านสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโก ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการที่ผู้ผลิตสินค้ายินยอมสมัครใจแสวงหาการรับรอบมาตรฐานมาใช้ด้วยตนเอง ไม่ได้เป็นกระบวนการที่กำหนดบังคับไว้ในกฏหมายใด ๆ

รายงานการศึกษาของ Commission for Environmental Cooperation ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมในกรอบความตกลงนาฟต้าได้แจ้งว่า ตราด้านสิ่งแวดล้อมที่ใช้ในเม็กซิโกมีทั้งหมด 64 ตรา โดยมี 11 ตราหมายที่มีต้นกำเนิดจากเม็กซิโกเอง และส่วนที่เหลือเป็นตรารับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่มีต้นกำเนิด หรือองค์กรผู้ออกตรารับรองจากประเทศอื่น ๆ อีก 11 ประเทศ ซึ่งรวมหลายตราหมายจากสหรัฐฯ ยุโรป และอเมริกาใต้

หมวดสินค้าที่มีการใช้ตรารับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโก ได้แก่ สินค้าและบริการในภาคการก่อสร้าง สินค้าและบริการด้านพลังงาน สินค้าอาหารประเภทออร์แกนนิกส์ สินค้าอาหารประเภทอื่นๆ คุณภาพของบุคคลากร สินค้าขายปลีก ธุริกจยั่งยืน สิ่งทอ และการท่องเที่ยว เป็นต้น

ตรามาตรฐานสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโก


ตรามาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่องค์กรภายในเม็กซิโกเป็นผู้กำหนด ตรวจสอบและรับรอง ได้แก่
  • FIDE เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.fide.org.mx 
  • FOMCEC เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมด้านวัฒธรรมนิเวศวิทยา องค์กรที่รับผิดชอบคือ FOMCEC และ ITESM 
  • CERTIMEX เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป ประมง และป่าไม้ องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.certimexsc.com 
  • Sello Verde เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าประเภทต่าง ๆ ที่รักษาสิ่งแวดล้อม องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.sma.df.gob.mx 
  • Comercio Justo เป็นมาตรฐานสำหรับสินค้ายุติธรรม องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.comerciojusto.com.mx 
  • Cumpliemiento Ambiental เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.profepa.gob.mx 
  • Excelencia Ambiental เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.profepa.gob.mx 
  • Industria Limpia เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.profepa.gob.mx 
  • Calidad Ambiental Turistica เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.profepa.gob.mx 
  • Certificacion de Sustentabilidad en Ecoturismo เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.imnc.org.mx 
  • Playa Certificada เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมด้านการท่องเที่ยว องค์กรที่รับผิดชอบคือ www.imnc.org.mx 
ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโก

รัฐบาลของเม็กซิโกให้ความสำคัญต่อเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยการยอมรับและนำมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุดในระดับสากลมาปฏิบัติใช้ โดยรัฐบาลเม็กซิกันได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้วในสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ นอกจากนี้แล้ว เม็กซิโกยังได้มีบทบาทนำในการเจรจาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ในการเจรจาการควบคุมการปล่อยแก๊ซคาร์บอนไดออกไซค์ และการเป็นเจ้าภาพผู้นำประเทศ United Nations Climate Change Conference ในปี 2010 เป็นต้น

เม็กซิโกได้ออกกฏหมายสิ่งแวดล้อม (Ley General del Equilibrium Ecológico y la Protección al Ambiente-LGEEPA) ในปี 1988 ที่มีพื้นฐานที่มาจากข้อปฏิบัติและบังคับของกฏหมายสหรัฐฯ ซึ่งรวมการลงโทษด้านอาญาสำหรับผู้ที่ละเมิดกฏหมายดังกล่าว หน่วยงานรัฐบาลสำคัญของเม็กซิโกที่ควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (SEMARNAT) ก่อตั้งเมื่อปี 1982 และกระทรวงการพัฒนาสังคม (SEDESOL) ซึ่งก่อขึ้นตั้งในปี 1959 แต่ได้ขยายงานมาควบคุมสิ่งแวดล้อมในปี 1992 โดยมีอัยการสูงสุดด้านสิ่งแวดล้อม (Procuraduría Federal de Protección al Ambiente) ที่มีอำนาจในการเข้าตรวจสอบกิจการและโรงงานอุตสาหกรรม ให้ดำเนินการภายใต้กรอบมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ประกาศใช้โดยสถาบันสิ่งแวดล้อม (INE-Instituto Nacional de Ecologia) ซึ่งได้ออกกฏระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมรวมกว่า 200 ฉบับ มีกองกำลังผู้ตรวจสอบหนึ่งพันกว่าคน และได้ปิดโรงงานไปมากกว่า 400 แห่งแล้วตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา รัฐบาลของเม็กซิโกมีการกำหนดแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม (Programa Sectorial de Medio Ambiente y Recursos Naturales (PSMARN) 2007 – 2012) ระยะเวลา 6 ปีตามวาระของรัฐบาลแต่ละชุด

ในฐานะสมาชิกเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟต้า เม็กซิโกได้ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามข้อตกลง North American Agreement on Environmental Cooperation-NAAEC ที่ได้ก่อตั้งสถาบัน Commission for Environmental Cooperation-CEC ในปี 1994 เพื่อการปรับปรุงสภาวะสิ่งแวดล้อมร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก CEC ได้รายงานการทบทวนภาวะสิ่งแวดล้อมของประเทศสมาชิกเป็นระยะ ๆ และได้กำหนดข้อแนะนำสำหรับการปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด

นอกจากนี้แล้ว เม็กซิโกยังเป็นภาคีสนธิสัญญา Vienna Convention และ Convention on International Trade in Endangered Species (CITES) และความตกลง Montreal Protocol Agreements for the Protection of the Ozone Layer และ Basel Agreement Regulating the Movement of Hazardous and Household Wastes

การปกป้องสิทธิของผู้บริโภค

ประเทศเม็กซิโกเป็นประเทศที่สองในภูมิภาคละตินอเมริกาที่ออกกฏหมายเพื่อการปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค ในปี 1975 และได้เปิดหน่วยงานที่รับการร้องเรียนโดยตรงจากประชาชน ที่มีชื่อว่า Profeco (Procuraduria Federal del Consumidor) ซึ่งเป็นองค์กรรัฐบาลที่มีอำนาจอิสระจากอัยการสูงสุด ที่สามารถดำเนินการด้านกฏหมายเพื่อการปกป้องการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคจากธุรกิจที่ที่คตโกง มีที่อยู่การติดต่อคือ

PROFECO
Dirección General de Quejas y Conciliación
Av. José Vasconcelos
No. 208, Colonia Condesa, México 06140, D.F.
Tel: 01-800-468-8722

เอกสารอ้างอิง
 “North American free trade and the environment - environmental provisions of the North American Free Trade Agreement”
Mexico’s clean industry program
Environmental Labels in North America